แชร์เคล็ดลับ! เทคนิคการสร้าง Content ให้ธุรกิจขายได้

แชร์เคล็ดลับ! เทคนิคการสร้าง Content ให้ธุรกิจขายได้

28 มิ.ย. 2565   ผู้เข้าชม 110

การคิดคอนเทนต์สำหรับสินค้าหรือบริการให้เว็บไซต์ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยไม่เสียเงินกับการโฆษณา สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยใช้เครื่องมือ SEO หรือ Search Engine Optimization เข้ามาช่วย ในการคิดคอนเทนต์ ให้เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ติดอันดับ 1 บน Google 

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า Content is King แต่การจะทำให้คอนเทนต์ของเรายืนหนึ่งได้นั้น จำเป็นจะต้องเรียนรู้เทคนิคและศึกษาเครื่องมือที่จะทำให้คอนเทนต์ดูน่าสนใจ รวมถึงสามารถดึงดูดผู้ใช้งานหรือลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาในเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของเราให้ได้ก่อน 

วันนี้ Webfaster.online จะมาแชร์เคล็ดลับและบอกเทคนิคการคิดคอนเทนต์อย่างไร? ให้เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จด้วยการสร้าง SEO Content

 

คิดคอนเทนต์ปัง ๆ ให้เว็บไซต์ ด้วยเทรนด์ จาก Google Trends

ค้นหาคำจาก Google Trends

เครื่องมือแรกในการคิดคอนเทนต์ SEO สำหรับเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ให้สำเร็จก็คือ Google Trends ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับค้นหาความนิยมของ คีย์เวิร์ด (Keywords) ว่าผู้ใช้งานนิยมค้นหาคำว่าอะไรผ่านการค้นหาบน Google Search ซึ่งเครื่องมือนี้มีฟังก์ชันสำหรับการค้นหาคีย์เวิร์ดแบบที่สามารถระบุพื้นที่ ระยะเวลา หมวดหมู่สิ่งของ รวมไปถึงความนิยมในการค้นหาในแต่ละแพลตฟอร์มได้อีกด้วย แถมยังมีฟังก์ชัน Related Keywords หรือคำค้นหาใกล้เคียงไว้สำหรับหาไอเดียใหม่ ๆ ในการคิดคอนเทนต์สำหรับทำเว็บไซต์ธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ดีอีกด้วย ถือได้ว่า Google Trends เป็นเครื่องมือแรกของการทำ SEO ที่เหล่านักคิดคอนเทนต์ไม่ควรพลาดเลยก็ว่าได้ 

 

การ Research Keywords ให้เหมาะสมกับเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์

คีย์เวิร์ด ถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักในการทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ เนื่องจากเป็นการนำคำที่ผู้ใช้งานนิยมค้นหาใน Google Search มาคิดเพื่อทำคอนเทนต์และเนื้อหาภายในเว็บไซต์ ซึ่งการเลือกคีย์เวิร์ดที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีเพียงคีย์เวิร์ดเดียว แต่สามารถเลือกใช้คีย์เวิร์ดได้อย่างหลากหลาย แต่ต้องคำนึงเสมอว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการในเว็บไซต์ธุรกิจของคุณเท่านั้นจึงจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด  ยิ่งภายในเว็บไซต์มีเนื้อหาและคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ใช้งานค้นหามากเท่าไร เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของคุณก็มีสิทธิที่จะได้ติดหน้า 1 บน Google ได้มากเท่านั้น

 

เลือกใช้ Keywords ทั้งแบบ Short Tail Keywords และ Long Tail Keywords

จากการศึกษาพฤติกรรมการค้นหาของมนุษย์ มักจะมีการค้นหาโดยการเลือกใช้แบบ Short-Tail Keywords ก่อนทุกครั้ง หากผู้ใช้งานค้นหาด้วยคำสั้น ๆ แล้วยังไม่พบเจอกับสิ่งที่ตนเองต้องการ มักจะใช้การค้นหาแบบ Long- Tail Keywords ต่อในทันที เพื่อค้นหาสิ่งที่ตนเองกำลังสนใจ ซึ่งการค้นหาแบบ Long-Tail Keyword ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสในค้นหาข้อมูลให้เจอเร็วมากยิ่งขึ้น

 

มาดูกันดีกว่าว่า Short Tail Keywords กับ Long Tail Keywords แตกต่างกันอย่างไร ?

Sort tail Long tail Keywordsข้อมูลอ้างอิง : WrodStream

  • Short Tail Keywords

คือ การเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่ประกอบไปด้วยสั้น ๆ  เช่น เว็บไซต์สำเร็จรูป รับทำเว็บไซต์ การตลาด SEO เป็นต้น

  • Long Tail Keywords

คือ การเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่มีการเจาะจงสำหรับการค้นหาสิ่งที่ผู้ใช้งานสนใจ เช่น รับทำเว็บไซต์สำเร็จรูป คุณภาพ เชียงใหม่ หรือ รับทำการตลาดออนไลน์ SEO เชียงใหม่ เป็นต้น

จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า Short Tail Keywords ประกอบไปด้วยคำสั้น ๆ สามารถทำการค้นหาได้เป็นวงกว้าง แต่ Long Tail Keywords คือ การประกอบคำเป็นประโยค หรือ วลี เป็นการระบุความต้องการในการค้นหาที่ชัดเจนขึ้น จึงสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายกว่า 

ดังนั้น การคิดคอนเทนต์ SEO ให้เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จจะต้องให้ความสำคัญกับการนำคำค้นหาทั้งแบบ Short Tail Keywords และ Long Tail Keywords มาใช้ร่วมกันจึงจะดีที่สุด

Content ไม่ควร Hard Sell จนเกินไป 

แน่นอนว่าการคิดคอนเทนต์และเขียนบทความ SEO ที่ดี จะต้องไม่ทำการเสนอขายสินค้าหรือบริการมากจนเกินไป  เพราะการทำ SEO ที่ดีจะต้องไม่ทำให้ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายรู้สึกถูกยัดเยียดการขายอยู่ตลอดเวลาในการอ่านบทความ โดยไม่ได้ข้อมูลหรือสิ่งที่ต้องการจากหัวข้อนั้นเลย 

แต่จะดีกว่าไหม?  หากเปลี่ยนวิธีคิดคอนเทนต์ใหม่ โดยใช้วิธี Soft Sell เสนอขายสินค้าหรือบริการอย่างมีคุณค่า

ด้วยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา ซึ่งวิธีการนำเสนอคอนเทนต์แนวนี้ จะนำไปสู่การเลือกใช้สินค้าหรือบริการของเราได้ในที่สุดไม่ช้าก็เร็ว เพราะผู้ใช้งานได้ทราบถึงรายละเอียด วิธีการใช้งาน รวมไปถึงความพิเศษของสินค้าหรือบริการที่ผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องการจะสื่อสาร

 

สร้าง Traffic ให้แก่เว็บไซต์ธุรกิจไม่รู้ตัว ด้วย Evergreen Content 

Evergreen Content การเขียนคอนเทนต์

คอนเทนต์ส่วนใหญ่บน Google ที่ผู้ใช้งานยอมเสียเวลาให้แก่เว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ของเราก็คือ Evergreen Content ซึ่งเป็นคอนเทนต์เชิงให้ข้อมูลหรือความรู้ ที่มีความน่าสนใจและสามารถดึงดูดให้ผู้อ่านใช้เวลาบนเว็บไซต์ของเราให้นานมากยิ่งขึ้น ลดการเกิด Bounce Rate ซึ่งถือได้ว่าเป็นคอนเทนต์ที่มีคุณภาพเลยทีเดียว เพราะเป็นคอนเทนต์ที่ผลิตขึ้นมาจากการสำรวจเทรนด์ความสนใจและความต้องการของคนในช่วงนั้น ๆ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงตามการค้นหา ทำให้คอนเทนต์ชนิดนี้มีผู้สนใจและค้นหาอยู่เรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่น บทความเกี่ยวกับความงาม บทความเกี่ยวกับสุขภาพ บทความเกี่ยวกับ How to ต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้นับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถเพิ่ม Traffic หรือจำนวนผู้เข้าชมให้แก่เว็บไซต์ธุรกิจของคุณแบบช้าแต่ชัวร์ และยั่งยืน!


เมื่อทราบเทคนิคการคิดคอนเทนต์ SEO สำหรับเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ให้ติดหน้า 1 บน Google แล้วอย่าลืมนำเทคนิคดี ๆ นี้ไปปรับใช้บนเว็บไซต์ของคุณกันนะคะ 

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาบริษัทรับทำเว็บไซต์สำเร็จรูป โครงสร้างรองรับ SEO 100%  พร้อมทั้งมีบริการออกแบบเนื้อหาภายในเว็บไซต์สำเร็จรูปโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยให้เว็บไซต์สำเร็จรูปของคุณติดหน้า 1 บน Google อย่าลืมเลือกใช้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูปจาก WebFaster.online กันนะคะ

LINE OA WebFaster


สาระน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

SEO สำหรับวิดีโอ ต้องเริ่มจากตรงไหน ถึงจะติดหน้าแรก Google
02 มี.ค. 2564

SEO สำหรับวิดีโอ ต้องเริ่มจากตรงไหน ถึงจะติดหน้าแรก Google

เทคนิคการทำ SEO
SEO คืออะไร สำคัญยังไงกับการตลาดออนไลน์ยุค 5G
30 พ.ค. 2564

SEO คืออะไร สำคัญยังไงกับการตลาดออนไลน์ยุค 5G

เทคนิคการทำ SEO
6 ข้อดี สร้าง Website ให้ลูกค้าหาเจอบน Google แบบไม่เสียเงิน!
09 ม.ค. 2566

6 ข้อดี สร้าง Website ให้ลูกค้าหาเจอบน Google แบบไม่เสียเงิน!

เทคนิคการทำ SEO